โพสต์

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2012

สน.พลับพลาไชย 1 เร่งล่าวัยรุ่นสาดกระสุนแหกด่าน

รูปภาพ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 21 มิ.ย.2555 วัยรุ่นชาย-หญิงควบมอเตอร์ไซค์กลางดึกเจอตำรวจพลับพลาไชยตั้งด่านกลัวถูกเรียกตรวจ สาดกระสุนยิงใส่ตำรวจหลายนัด ถูกไล่ล่ายังแผลงฤทธิ์ยิงใส่ ด.ต.จนบาดเจ็บก่อนจะควบหนีไปได้ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (20 มิ.ย.) จากการอำนวยการของ สน.พลับพลาไชย 1 พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1  ได้สั่งการให้  พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1   จัดชุดสายตรวจตั้งด่านตรวจสอบสอดส่องดูแลการก่อเหตุอาชญากรรมในท้องที่  ทั้งนี้จะตั้งด่านตรวจ บริเวณข้างวัดเทพศิรินทร์ ถนนกรุงเกษม แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.  ช่วงเวลา 00.00-01.00 น. ต่อมาเมื่อเวลา 01.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชายขับขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อมากับหญิงสาวใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่ด่านตรวจบริเวณดังกล่าวจำนวนหลายนัดแล้วขับรถหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจขับตามคนร้ายมาจนถึง บริเวณแยกกษัตริย์ศึก ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน  คนร้ายดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่สายตรวจ ทราบชื่อ  ด.ต.สุนทร คุ้มสวัสดิ

ซ้อมแผนเผชิญเหตุก้าวสกัดจับคนร้ายกำลังหลบหนี

รูปภาพ
      เมื่อ 28 มิ.ย.2555 เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.ฯ, พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.พลับพลาไชย 1 ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุก้าวสกัดจับคนร้ายชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สวนมะลิ กำลังหลบหนี

สน.พลับพลาไชย 1 ตั้งจุดตรวจตามปกติ หลัง 2 คนร้ายชักปืนยิงใส่ตำรวจ

รูปภาพ
ที่มา ตระเวนข่าวออนไลน์ เมื่อ 21 มิ.ย.2555 เมื่อเวลา 23.30 น.(20มิ.ย.) พ.ต.ท.ยงยุทธ รักสัตย์ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.พลับพลาไชย 1 นำกำลังกว่า 10 นาย  ตั้งด่านจุดตรวจค้นบริเวณ ถ.หลวง ตัดซ.มังกร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เพื่อทำการตรวจค้นรถต้องสงสัย อาวุธ ยาเสพติด และสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องสงสัย ในเบื้องต้นจับกุมความผิด พ.ร.บ.จราจรฯ จำนวน 3 ราย นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป การตั้งด่านตรวจค้นในครั้งนี้ เป็นการตั้งเพื่อเพิ่มความถี่ ในการตรวจหาบุคลต้องสงสัย สืบเนื่องเมื่อคืนวานที่ผ่านมา ได้มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ แล้วมาเจอด่านตรวจได้ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.พลับพลาไชย 1 ได้รับบาดเจ็บ  

กรณียิงใส่ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 ยังตามตัวจับไม่ได้

รูปภาพ
ที่มา มติชน เมื่อ 20 มิ.ย.2555 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น. กล่าวกรณีคนร้ายยิง ด.ต.สุนทร คุ้มสวัสดิ์ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.พลับพลาไชย 1 บาดเจ็บที่ขาซ้าย บริเวณแยกกษัตริย์ศึก ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (19 มิถุนายน) ว่า  เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจปกติ เมื่อมีคนร้ายมาก็หนีด่าน เรามีกำลังซุ่มอยู่ เมื่อตำรวจเรียกก็ยิงใส่ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยังจับไม่ได้ก็ต้องตามต่อไป เห็นได้ว่าตอนนี้คนร้ายยิงสู้ตำรวจ ต้องให้ตำรวจใช้ความระมัดระวังตามยุทธวิธีที่ฝึกมา เสื้อเกราะมีก็ใช้ ไม่ให้เหมือนที่ สน.บางกอกน้อย และมานั่งเสียใจกัน

2 คนร้ายชาย-หญิง ขี่ จยย.หนีด่านตรวจ ยิงตำรวจหลบหนีกลางกรุง

รูปภาพ
ที่มา นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์ เมื่อ 20 มิ.ย.2555 เมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้(20มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการอำนวยการของ สน.พลับพลาไชย 1 พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1  ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รองผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1  จัดชุดสายตรวจตั้งด่านตรวจสอบสอดส่องดูแลการก่อเหตุอาชญากรรมในท้องที่ ทั้งนี้จะตั้งด่านตรวจบริเวณข้างวัดเทพศิรินทร์ ถนนกรุงเกษม แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ช่วงเวลา 00.00 น. –01.00 น. ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชายขับขี่ รถจยย.ไม่ทราบยี่ห้อมากับหญิงสาวใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่ด่านตรวจบริเวณดังกล่าวจำนวนหลายนัดก่อนขี่รถหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจขับตามคนร้ายมาจนถึงบริเวณแยกกษัตริย์ศึก ถนนพระราม1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่สายตรวจ ทราบชื่อ ด.ต.สุนทร คุ้มสวัสดิ์ ผบ.หมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปรามสน.พลับพลาไชย 1 ได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงเข้าที่บริเวณข้างขาซ้ายด้านนอก 1 นัดแล้วรถสายตรวจล้มลง จึงนำตัวส่งรพ.กลางเพื่อทำการรักษานำหัวกระสุนออก ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุขับจยย

ซ้อมแผนเผชิญเหตุลอบวางระเบิด หน้า ธ.กรุงไทย สาขากรุงเกษม

รูปภาพ
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2555 เวลา 14.00 น.  พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1,  พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญพิทักษ์ สวป.สน.พลับพลาไชย 1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกัีนปราบ สน.พลับพลาไชย 1 และเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด  ร่วมกันซักซ้อมแผนเผชิญเหตุวางระเบิด บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขากรุงเกษม

ตรวจสุขภาพ และทดสอบสมรรถภาพข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2555

รูปภาพ
      เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2555 เวลา 08.30 น. ข้าราชการตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 เข้ารับการตรวจสุขภาพ และทดสอบสมรรถภาพประจำปี 2555 ณ สวนรมณีนาถ 

ถนนเจ้าคำรพ

รูปภาพ
ถนนเจ้าคำรพ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2464 หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ที่ตำบลตรอกเต้าหู้ ทำให้ทรัพย์สินของชาวบ้านละแวกนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากบริเวณนั้นมีการสร้างบ้านติดกันเป็นจำนวนมาก จึงเกิดภัยพิบัติและโรคติดต่อขึ้นบ่อยครั้ง  เมื่อเจ้าพระยายมราช หรือชื่อเดิมคือ ปั้น สุขุม เสนาบดีกระทรวงนครบาลได้ดำเนินการขอพระบรมราชานุญาตสร้างถนนสายนี้ให้แล้วเสร็จ จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อถนน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พิจารณาจากรายชื่อบุคคลและสถานที่ใกล้เคียงแล้ว จึงพระราชทานนามว่า ถนนเจ้าคำรพ เพราะมีวังของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ ตั้งอยู่บริเวณนั้น ในครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชหัตถเลขาว่า ถนนเจ้าคำรพ สะกดด้วยตัว พ.พาน ภายหลังพระองค์จึงได้ทรงแก้เป็น เจ้าคำรบ ที่สะกดด้วยตัว บ.ใบไม้ ตามพระนามของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ โดยปัจจุบันนี้ที่ป้ายชื่อถนน ยังคงมีการเขียนชื่อป้ายถนน ที่สะกดด้วยตัว พ.พาน เช่นครั้งแรกที่เคยได้รับพระราชทานชื่อไว้ ถนนเจ้าคำรพเป็นแหล่งการค้า ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายประเภ

ถนนเสือป่า

รูปภาพ
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ถนนเสือป่า (อังกฤษ: Thanon Suea Pa) เป็นถนนในท้องที่แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยแยกจากถนนเจริญกรุงที่สี่แยกเสือป่าไปออกถนนหลวงที่สี่แยกโรงพยาบาลกลาง ถนนเสือป่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. 2464 เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ที่ตำบลตรอกเต้าหู้ ตอนริมถนนเจริญกรุง ท้องที่อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่ายเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2464 ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหายมาก เพราะพื้นที่ในละแวกดังกล่าวมีบ้านเรือนปลูกสร้างเบียดเสียด และไม่มีถนนใหญ่ไม่เพียงพอให้ป้องกันอันตรายได้ทันท่วงที อีกทั้งยังไม่สะอาด เป็นเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บแก่ราษฎร กรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาล จึงกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าควรตัดถนนผ่านละแวกนี้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในการสัญจรไปมา และเพื่อบำรุงความสะอาดเรียบร้อย ตลอดจนสามารถช่วยเหลือป้องกันอันตรายในเวลาที่มีเหตุเกิดขึ้น ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลตัดถนนเสือป่า ถนนยมราชสุขุม ถนนเจ้าคำรบ และถนนศรีธรรมาธ

ตรอกโรงเลี้ยงเด็ก

รูปภาพ
ตรอกโรงเลี้ยงเด็ก เป็นชื่อตรอกเล็กๆตรอกหนึ่งที่ ตำบล สวนมะลิ ถนน บำรุงเมือง ชื่อตรอกเนื่องมาแต่บริเวณตรอกเคยเป็นที่ตั้งโรงเลี้ยงเด็กของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ เป็นพระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม หม่อมเจ้าหญิงสาย เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรศักดิ์ (พระองค์เจ้าลดาวัลย์) ต้นราชสกุลลดาวัลย์ ทรงมีพระราชโอรส พระราชธิดา 4 พระองค์ พระราชธิดาพระองค์ที่ 2 พระนามว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ประชวรพระโรคไข้รากสาดน้อย สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุเพียง 5 พรรษา พระอัครชายาเธอทรงโศรกเศร้าอาลัยรักพระราชธิดายิ่งนักจึงทรงมีพระดำริถึงเด็กอื่นที่ขาดการเลี้ยงดูเอาใจใส่รักษาพยาบาล อันอาจเนื่องมาจากความยากจนของบิดามารดา ประกอบกับทรงมีพระประสงค์จะสร้างพระกุศลอุทิศแด่พระราชธิดาผู้ล่วงลับ จึงโปรดให้ตั้งโรงเลี้ยงเด็ก สำหรับช่วยเหลือและรับเลี้ยงเด็กที่ยากจนไม่มีผู้ดูแลเอาใจใส่ขึ้น ณ ตำบลสวนมะลิ เมื่อ พ.ศ.2432 โรงเลี้ยงเด็กแห่งนี้นับเป็นโรงเลี้ยงเด็กแห่งแรกในประเทศไทย และนับเป็นต้นแบบการดำเนินการ

แยกแม้นศรี

รูปภาพ
"แม้นศรี" เป็นชื่อสี่แยกบริเวณถนนบำรุงเมืองตัดถนนจักรพรรดิพงษ์ต่อกับถนนวรจักร และเป็นชื่อสะพานข้ามคลองเล็กๆใกล้ๆถนนจักรพรรดิพงษ์ ส่วนเฉลิมเขตรเคยเป็นชื่อโรงภาพยนตร์ตั้งอยู่เชิงสะพานยศเส ชื่อทั้งสามนี้มีที่มาและมีความสัมพันธ์กันคือ ชื่อ "สี่แยกแม้นศรี" และ "สะพานแม้นศรี" มาจากชื่อ หม่อมแม้น ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ได้เป็นหม่อมห้ามของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระราชอนุชาร่วมพระราชชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระโอรส พระธิดา 3 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายนิพันธุ์ภาณุพงศ์ (กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายศิริวงศ์วัฒนเดช และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล หม่อมแม้นเป็นพระชายาที่กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชทรงรักมากที่สุด เมื่อถึงอนิจกรรม ได้จัดพิธีศพใหญ่โตหรูหรา และได้อุทิศเงินซึ่งได้รับจากผู้ช่วยงานศพ สร้างสะพานข้ามคลองเล็กๆ ซึ่งขบวนแห่ศพต้องผ่าน เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ และอุทิศส่วนกุศลให้กับหม่อมแม้

วัดคณิกาผล

รูปภาพ
  วัดคณิกาผลเป็นวัดราษฎร์ฝ่ายมหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๖ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดย คุณยายแฟง วัดมีชื่อเดิมว่า วัดใหม่ยายแฟง ตามชื่อผู้สร้าง คุณยายแฟง มีอาชีพเป็นเจ้าสำนักหญิงงามเมืองใน ตรอกเต้า มีจิตศรัทธาใน บวรพระพุทธศาสนา ได้ร่วมกับเหล่าหญิงงามเมืองในสำนักจัดสร้างวัดขึ้น  ต่อมาบุตรหลานของ คุณยายแฟง ได้ซ่อมแซมบูรณะวัดนี้ขึ้นใหม่ และกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามใหม่ รัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามว่า วัดคณิกาผล มีความหมายว่า วัดที่สร้างจากผลประโยชน์ของหญิงคณิกา  บริเวณกำแพงหลังพระอุโบสถ มีซุ้มประดิษฐานรูปปั้นครึ่งตัวของ คุณยายแฟง พร้อมอักษรจารึกที่ฐารของแท่นรูปปั้นว่า วัดคญิกาผนี้สร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๓๗๖โดยคุณยายแฟงบรรพบุรุษของตระกูลเปาโรหิตย์ และยังมีของดั้งเดิมตั้งแต่แรกเริ่มสร้างวัดหลายอย่าง ได้แก่ พระประธาน พระวิหาร พระระเบียง พระปรางค์เล็ก ๑ องค์ ตู้ลายรดน้ำของเก่าหลายใบ พื้นลายกนกเปลว เขียนเรื่องรามเกียรติ์ หอระฆังก่ออิฐฐถือปูนแบบเก่า หลังคาประดับลายปูนปั้นเขียนสีตั้งอยู่หลังพระอุโบสถ นอกจากนั้นเป็นของใหม่ทั้งสิ้น 

วัดดิสานุการาม

รูปภาพ
วัดดิสานุการาม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดดณะสงฃ์มหานิกาย เดิมชื่อ วัดจางวางดิส ตามชื่อผู้สร้างคือจางวางดิส สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดพระราชทานนามใหม่เป็น วัดดิสานุการาม พระอุโบสถ ขนาดใหญ่ ตั้งบนฐานยกพื้นมีระเบียงรอบ หลังคา ๒ ชั้น ติดช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ปิดทองประดับกระจก หน้าบันลวดลายดอกไม้ ประดับกระจกสี ซุ้มประตูหน้าต่างทรงมงกุฎ ประดับปูนปั้นลายดอกพูดตาน บานประตูมุกลายดอกลอย บานหน้าต่างเขียนลายรดน้ำผูกลายราชวัตร สองข้างประตูพระอุโบสถและเชิงบันไดระเบียงตั้งราชสีห์หล่อปูน ฝาผนังพระอุโบสถตอนล่างปูแผ่นหินอ่อน ตอนบนเขียนภาพจิตรกรรม ระหว่างช่องหน้าต่างเขียนเรืองทศชาติตอน เทพชุมนุม ผนังตรงข้ามพระประธานเขียนภาพพุทธประวัติตอนแบ่งพระบมสารีริกธาตุ และด้านหลังพระประธานเป็น ภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ บานประตูด้านในรูปเชี่ยวกาง บานหน้าต่างรูปทวารบาล พระวิหาร ลักษณะเดืยวกับพระอุโบสถ แต่ขนาดย่อมกว่า หน้าบันเป็นรูปธรรมจักรล้อมรอบด้วยลายเครือเถา ซุ้มประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นช่อดอกพุดตาน พื้นปูหินอ่อน

ศาลเจ้าไต้ฮงกง

รูปภาพ
ศาลเจ้าไต้ฮงกง สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2452-2461 บริเวณถนนพลับพลาไชย มีพื้นที่ 3 งาน 66 ตารางวา เป็นที่ประดิษฐานรูปจำลองซึ่งอัญเชิญมาจากจีนของ หลวงปู่ไต้ฮงมหาเถระ พระผู้มีความเมตตากรุณา และเป็นผู้ริเริ่มบำเพ็ญกุศลในการจัดฌาปนกิจศพไร้ญาติสมัยราชวงศ์ซ้อง เมื่อเกือบพันปีล่วงมาแล้ว ในเวลาต่อมาได้จัดตั้ง “คณะเก็บศพไต้ฮงกง” เพื่อทำการเก็บและจัดการงานศพอนาถา ต่อมาเปลี่ยนชื่อคณะเป็น “มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง” พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นพระราชทานเงินให้ “คณะเก็บศพ” ปีละ 2,000 บาท ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ศาลเจ้า แล้วเสร็จในปี 2497 ครั้งนั้น จัดให้มีงานฉลอง 7 วัน 7 คืน มีการทำบุญ ทิ้งกระจาด และต่อไฟศักดิ์สิทธิจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามมายังศาลเจ้าด้วย “จริงๆ ท่านเป็นภิกษุชาวจีนที่ช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วย สร้างสะพาน สอนหนังสือ เป็นภิกษุที่สร้างคุณงามความดี คนจีนสมัยก่อนนับถือมาก เมื่อคนจีนมาตั้งรกรากที่เมืองไทย คนที่พอจะมีฐานะหน่อยมารวมตัวกันและต้องการจะเจริญรอยตามท่าน จึงได้สร้างท่านพร้อมกับบูชามาโดยตลอด มูลนิธิปอเต็กตึ๊งก็ถือกำเนิดมาจากป

ถนนหลวง

รูปภาพ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ถนนหลวง (อังกฤษ: Thanon Luang) เริ่มตั้งแต่ถนนมหาไชย (สามแยกเรือนจำ) ในท้องที่แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ข้ามคลองรอบกรุง (คลองโอ่งอ่าง) เข้าสู่ท้องที่แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จากนั้นตัดกับถนนวรจักร (สี่แยกวรจักร) ถนนยุคล 2 (สี่แยกโรงพยาบาลกลาง) และถนนพลับพลาไชย (ห้าแยกพลับพลาไชย) โดยเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างแขวงป้อมปราบกับแขวงวัดเทพศิรินทร์ จนกระทั่งไปจรดถนนกรุงเกษมที่ห้าแยกนพวงศ์ ถนนหลวงเป็นถนนที่สร้างในปี พ.ศ. 2436 โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า ควรจะตัดถนนใหม่ระหว่างถนนเจริญกรุง ถนนบำรุงเมือง ตั้งต้นตั้งแต่ป้อมเสือทยานไปบรรจบถนนริมคลองผดุงกรุงเกษมโดยข้ามคลองคูพระนคร ตรงไปออกถนนหน้าวัดเทพศิรินทราวาส ถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง ตั้งชื่อว่าถนนหลวง ทรงให้เหตุผลในการตัดถนนสายนี้ว่า เพื่อสำหรับผู้ที่จะไปขึ้นรถไฟ เพื่อเดินทางไปนครราชสีมาได้สะดวก และเป็นที่งดงามและแสดงถึงความเจริญของบ้านเมืองด้วย โดยสร้างเป็นถนนสำหรับคนเดินและรถม้า ระหว่า

คลองมหานาค

รูปภาพ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คลองมหานาค เป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดเกล้าฯให้ขุดต่อจากคลองรอบกรุง ตรงเหนือวัดสะแก ตรงไปทางทิศตะวันออก เมื่อ พ.ศ. 2328 พระราชทานนามว่า"คลองมหานาค" ตามแบบอย่างคลองมหานาคที่วัดภูเขาทอง นอกเขตพระนครที่กรุงเก่า ต่อมาทรงสถาปนาวัดสระแกเป็นพระอารามหลวง จึงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ วัตถุประสงค์ของการขุดคลองนี้ก็เพื่อให้ใช้เล่นเพลงเรือดอกสร้อยสักวาในฤดูน้ำหลาก เหมือนประเพณีดั้งเดิมสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯให้ขุดคลองผดุงกรุงเกษมให้เป็นคลองคูเมืองชั้นนอก ตัดกับคลองมหานาค บริเวณวัดบรมนิวาส คลองมหานาคช่วงถัดออกไปจากบริเวณนี้เรียกว่า "คลองบางกะปิ" จนถึงวังสระปทุม ไปถึงหัวหมาก คลองตัน ผ่านบางขนากไปออกแม่น้ำบางปะกง รวมเรียกว่า คลองแสนแสบ