สน.พลับพลาไชย 1 เร่งล่าวัยรุ่นสาดกระสุนแหกด่าน

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 21 มิ.ย.2555

วัยรุ่นชาย-หญิงควบมอเตอร์ไซค์กลางดึกเจอตำรวจพลับพลาไชยตั้งด่านกลัวถูกเรียกตรวจ สาดกระสุนยิงใส่ตำรวจหลายนัด ถูกไล่ล่ายังแผลงฤทธิ์ยิงใส่ ด.ต.จนบาดเจ็บก่อนจะควบหนีไปได้

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (20 มิ.ย.) จากการอำนวยการของ สน.พลับพลาไชย 1

พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 

ได้สั่งการให้ 

พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1 

จัดชุดสายตรวจตั้งด่านตรวจสอบสอดส่องดูแลการก่อเหตุอาชญากรรมในท้องที่ 

ทั้งนี้จะตั้งด่านตรวจ

บริเวณข้างวัดเทพศิรินทร์ ถนนกรุงเกษม แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. 

ช่วงเวลา 00.00-01.00 น.

ต่อมาเมื่อเวลา 01.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชายขับขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อมากับหญิงสาวใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่ด่านตรวจบริเวณดังกล่าวจำนวนหลายนัดแล้วขับรถหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจขับตามคนร้ายมาจนถึง

บริเวณแยกกษัตริย์ศึก ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน 

คนร้ายดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่สายตรวจ ทราบชื่อ 

ด.ต.สุนทร คุ้มสวัสดิ์ ผบ.หมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.พลับพลาไชย 1 

จนได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่บริเวณข้างขาซ้ายด้านนอก 1 นัดแล้วรถสายตรวจล้มลง จึงนำตัวส่ง รพ.กลางเพื่อเอกซเรย์ และนำเอาหัวกระสุนออก ส่วนคนร้ายหลังจากก่อเหตุขับรถหลบหนีไปทางสะพานตากสิน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า 

คนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นนอกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 

แล้วขับขี่จักรยานยนต์มาเจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ เกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นจึงได้ก่อเหตุดังกล่าวเพื่อเปิดทางหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร็วที่สุด

ซ้อมแผนเผชิญเหตุก้าวสกัดจับคนร้ายกำลังหลบหนี

  
 
เมื่อ 28 มิ.ย.2555 เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.ฯ, พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.พลับพลาไชย 1 ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุก้าวสกัดจับคนร้ายชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สวนมะลิ กำลังหลบหนี

สน.พลับพลาไชย 1 ตั้งจุดตรวจตามปกติ หลัง 2 คนร้ายชักปืนยิงใส่ตำรวจ

ที่มา ตระเวนข่าวออนไลน์ เมื่อ 21 มิ.ย.2555

เมื่อเวลา 23.30 น.(20มิ.ย.)

พ.ต.ท.ยงยุทธ รักสัตย์ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.พลับพลาไชย 1 นำกำลังกว่า 10 นาย 

ตั้งด่านจุดตรวจค้นบริเวณ ถ.หลวง ตัดซ.มังกร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เพื่อทำการตรวจค้นรถต้องสงสัย อาวุธ ยาเสพติด และสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องสงสัย ในเบื้องต้นจับกุมความผิด พ.ร.บ.จราจรฯ จำนวน 3 ราย นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

การตั้งด่านตรวจค้นในครั้งนี้ เป็นการตั้งเพื่อเพิ่มความถี่ ในการตรวจหาบุคลต้องสงสัย สืบเนื่องเมื่อคืนวานที่ผ่านมา ได้มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ แล้วมาเจอด่านตรวจได้ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.พลับพลาไชย 1 ได้รับบาดเจ็บ  

กรณียิงใส่ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 ยังตามตัวจับไม่ได้

ที่มา มติชน เมื่อ 20 มิ.ย.2555

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น. กล่าวกรณีคนร้ายยิง ด.ต.สุนทร คุ้มสวัสดิ์ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.พลับพลาไชย 1 บาดเจ็บที่ขาซ้าย บริเวณแยกกษัตริย์ศึก ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (19 มิถุนายน) ว่า 

เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจปกติ เมื่อมีคนร้ายมาก็หนีด่าน เรามีกำลังซุ่มอยู่ เมื่อตำรวจเรียกก็ยิงใส่ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยังจับไม่ได้ก็ต้องตามต่อไป เห็นได้ว่าตอนนี้คนร้ายยิงสู้ตำรวจ ต้องให้ตำรวจใช้ความระมัดระวังตามยุทธวิธีที่ฝึกมา เสื้อเกราะมีก็ใช้ ไม่ให้เหมือนที่ สน.บางกอกน้อย และมานั่งเสียใจกัน

2 คนร้ายชาย-หญิง ขี่ จยย.หนีด่านตรวจ ยิงตำรวจหลบหนีกลางกรุง


ที่มา นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์ เมื่อ 20 มิ.ย.2555

เมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้(20มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการอำนวยการของ สน.พลับพลาไชย 1

พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 

ได้สั่งการให้

พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รองผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1 

จัดชุดสายตรวจตั้งด่านตรวจสอบสอดส่องดูแลการก่อเหตุอาชญากรรมในท้องที่ ทั้งนี้จะตั้งด่านตรวจบริเวณข้างวัดเทพศิรินทร์ ถนนกรุงเกษม แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ช่วงเวลา 00.00 น. –01.00 น.

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชายขับขี่ รถจยย.ไม่ทราบยี่ห้อมากับหญิงสาวใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่ด่านตรวจบริเวณดังกล่าวจำนวนหลายนัดก่อนขี่รถหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจขับตามคนร้ายมาจนถึงบริเวณแยกกษัตริย์ศึก ถนนพระราม1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่สายตรวจ ทราบชื่อ

ด.ต.สุนทร คุ้มสวัสดิ์ ผบ.หมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปรามสน.พลับพลาไชย 1

ได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงเข้าที่บริเวณข้างขาซ้ายด้านนอก 1 นัดแล้วรถสายตรวจล้มลง จึงนำตัวส่งรพ.กลางเพื่อทำการรักษานำหัวกระสุนออก ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุขับจยย.หลบหนีไปได้ทางสะพานตากสิน

ต่อมาเมื่อเวลา 02.00 น.

พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาไชย 1พร้อมด้วย
พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รองผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1 

ได้เดินทางมาดูอาการด.ต.สุนทร ซึ่งอยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.กลาง โดยทางผกก.และรอง ผกก.ป. ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่นนอกพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วขี่รถจยย.มาเจอด่านเจ้าหน้าที่จึงเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ซ้อมแผนเผชิญเหตุลอบวางระเบิด หน้า ธ.กรุงไทย สาขากรุงเกษม










เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2555 เวลา 14.00 น. 

พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 1, พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญพิทักษ์ สวป.สน.พลับพลาไชย 1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกัีนปราบ สน.พลับพลาไชย 1 และเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด 

ร่วมกันซักซ้อมแผนเผชิญเหตุวางระเบิด บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขากรุงเกษม

ตรวจสุขภาพ และทดสอบสมรรถภาพข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2555

 
 
 
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2555 เวลา 08.30 น. ข้าราชการตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 เข้ารับการตรวจสุขภาพ และทดสอบสมรรถภาพประจำปี 2555 ณ สวนรมณีนาถ 

ถนนเจ้าคำรพ


ถนนเจ้าคำรพ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2464 หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ที่ตำบลตรอกเต้าหู้ ทำให้ทรัพย์สินของชาวบ้านละแวกนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากบริเวณนั้นมีการสร้างบ้านติดกันเป็นจำนวนมาก จึงเกิดภัยพิบัติและโรคติดต่อขึ้นบ่อยครั้ง 

เมื่อเจ้าพระยายมราช หรือชื่อเดิมคือ ปั้น สุขุม เสนาบดีกระทรวงนครบาลได้ดำเนินการขอพระบรมราชานุญาตสร้างถนนสายนี้ให้แล้วเสร็จ จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อถนน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พิจารณาจากรายชื่อบุคคลและสถานที่ใกล้เคียงแล้ว จึงพระราชทานนามว่า ถนนเจ้าคำรพ เพราะมีวังของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ ตั้งอยู่บริเวณนั้น

ในครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชหัตถเลขาว่า ถนนเจ้าคำรพ สะกดด้วยตัว พ.พาน ภายหลังพระองค์จึงได้ทรงแก้เป็น เจ้าคำรบ ที่สะกดด้วยตัว บ.ใบไม้ ตามพระนามของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ

โดยปัจจุบันนี้ที่ป้ายชื่อถนน ยังคงมีการเขียนชื่อป้ายถนน ที่สะกดด้วยตัว พ.พาน เช่นครั้งแรกที่เคยได้รับพระราชทานชื่อไว้

ถนนเจ้าคำรพเป็นแหล่งการค้า ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายประเภท อีกทั้งมีศาลเจ้าขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ในชื่อ  ศาลเจ้าไต้ฮงกงอีกด้วย

ถนนเสือป่า

 
 
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ถนนเสือป่า (อังกฤษ: Thanon Suea Pa) เป็นถนนในท้องที่แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยแยกจากถนนเจริญกรุงที่สี่แยกเสือป่าไปออกถนนหลวงที่สี่แยกโรงพยาบาลกลาง

ถนนเสือป่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. 2464 เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ที่ตำบลตรอกเต้าหู้ ตอนริมถนนเจริญกรุง ท้องที่อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่ายเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2464 ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหายมาก เพราะพื้นที่ในละแวกดังกล่าวมีบ้านเรือนปลูกสร้างเบียดเสียด และไม่มีถนนใหญ่ไม่เพียงพอให้ป้องกันอันตรายได้ทันท่วงที อีกทั้งยังไม่สะอาด เป็นเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บแก่ราษฎร กรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาล จึงกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าควรตัดถนนผ่านละแวกนี้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในการสัญจรไปมา และเพื่อบำรุงความสะอาดเรียบร้อย ตลอดจนสามารถช่วยเหลือป้องกันอันตรายในเวลาที่มีเหตุเกิดขึ้น

ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลตัดถนนเสือป่า ถนนยมราชสุขุม ถนนเจ้าคำรบ และถนนศรีธรรมาธิราช รวมทั้งขยายตรอกเต้าหู้ ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงไปบรรจบกับถนนยมราชสุขุม และโปรดเกล้าฯ ให้ถมคูแยกจากคลองจักรวรรดิที่ถมแล้วไปเชื่อมกับตรอกเต้าหู้ด้วย โดยถนนเสือป่าตัดตั้งแต่ถนนเจริญกรุงไปออกถนนหลวงข้างโรงพยาบาลกลาง ขนาดกว้าง 10 วา เพื่อเป็นทางเชื่อมกับถนนราชวงศ์

เมื่อมหาอำมาตย์นายกเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาล กราบบังคมทูลขอรับพระราชทานนามถนน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราชจดนามสถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้เคียงถนน หรือนามบุคคลสำคัญผู้อยู่ใกล้หรือเกี่ยวข้องเพื่อจะได้ทรงถือเป็นเกณฑ์ในการพระราชทานชื่อและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อถนนสายนี้ว่า "ถนนเสือป่า" เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2464 

ตรอกโรงเลี้ยงเด็ก

ตรอกโรงเลี้ยงเด็ก เป็นชื่อตรอกเล็กๆตรอกหนึ่งที่ ตำบล สวนมะลิ ถนน บำรุงเมือง ชื่อตรอกเนื่องมาแต่บริเวณตรอกเคยเป็นที่ตั้งโรงเลี้ยงเด็กของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ เป็นพระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิม หม่อมเจ้าหญิงสาย เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรศักดิ์ (พระองค์เจ้าลดาวัลย์) ต้นราชสกุลลดาวัลย์ ทรงมีพระราชโอรส พระราชธิดา 4 พระองค์ พระราชธิดาพระองค์ที่ 2 พระนามว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ประชวรพระโรคไข้รากสาดน้อย สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุเพียง 5 พรรษา

พระอัครชายาเธอทรงโศรกเศร้าอาลัยรักพระราชธิดายิ่งนักจึงทรงมีพระดำริถึงเด็กอื่นที่ขาดการเลี้ยงดูเอาใจใส่รักษาพยาบาล อันอาจเนื่องมาจากความยากจนของบิดามารดา ประกอบกับทรงมีพระประสงค์จะสร้างพระกุศลอุทิศแด่พระราชธิดาผู้ล่วงลับ จึงโปรดให้ตั้งโรงเลี้ยงเด็ก สำหรับช่วยเหลือและรับเลี้ยงเด็กที่ยากจนไม่มีผู้ดูแลเอาใจใส่ขึ้น ณ ตำบลสวนมะลิ เมื่อ พ.ศ.2432

โรงเลี้ยงเด็กแห่งนี้นับเป็นโรงเลี้ยงเด็กแห่งแรกในประเทศไทย และนับเป็นต้นแบบการดำเนินการของงานประชาสงเคราะห์ในปัจจุบัน มีเด็กชายหญิงเข้ามาอยู่ในความดูแลของโรงเลี้ยงเด็กแห่งนี้เป็นจำนวนมาก โปรดประทานนามเด็กทุกคนให้มีคำว่า "บุญ" นำหน้า เช่น บุญนำ บุญชวน บุญช่วย บุญทิ้ง เป็นต้น เด็กเหล่านี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ทั้งร่างกายและจิตใจตลอดจนความรู้ ความสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ ปัจจุบันคงเหลือแต่อนุสรณ์ที่แสดงว่าในอดีต ณ สถานที่นี้เคยเป็นที่ตั้งโรงเลี้ยงเด็กแห่งแรกของประเทศไทย คือชื่อ "ตรอกโรงเลี้ยงเด็ก"

ที่มา http://goo.gl/VgZcp

แยกแม้นศรี

"แม้นศรี" เป็นชื่อสี่แยกบริเวณถนนบำรุงเมืองตัดถนนจักรพรรดิพงษ์ต่อกับถนนวรจักร และเป็นชื่อสะพานข้ามคลองเล็กๆใกล้ๆถนนจักรพรรดิพงษ์ ส่วนเฉลิมเขตรเคยเป็นชื่อโรงภาพยนตร์ตั้งอยู่เชิงสะพานยศเส ชื่อทั้งสามนี้มีที่มาและมีความสัมพันธ์กันคือ

ชื่อ "สี่แยกแม้นศรี" และ "สะพานแม้นศรี" มาจากชื่อ หม่อมแม้น ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ได้เป็นหม่อมห้ามของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระราชอนุชาร่วมพระราชชนนีเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระโอรส พระธิดา 3 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายนิพันธุ์ภาณุพงศ์ (กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายศิริวงศ์วัฒนเดช และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล หม่อมแม้นเป็นพระชายาที่กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชทรงรักมากที่สุด เมื่อถึงอนิจกรรม ได้จัดพิธีศพใหญ่โตหรูหรา และได้อุทิศเงินซึ่งได้รับจากผู้ช่วยงานศพ สร้างสะพานข้ามคลองเล็กๆ ซึ่งขบวนแห่ศพต้องผ่าน เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ และอุทิศส่วนกุศลให้กับหม่อมแม้น 

สะพานนี้เปิดใช้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2451 ตั้งชื่อสะพานเป็นอนุสรณ์แก่หม่อมแม้นว่า "สะพานแม้นศรี" ต่อมาเมื่อบริเวณนั้นมีถนนตัดผ่านจนเป็นสี่แยก จึงเรียกว่า "สี่แยกแม้นศรี"

 ส่วนชื่อโรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร มาจากพระนามของพระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล พระธิดาพระองค์เล็กของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ประสูติแต่หม่อมแม้น พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรเป็นพระชายาในสมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงเป็นราชนารีที่สนพระทัยและฝักใฝ่ฝในด้านศิลปะการแสดงเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีพระโอรส 3 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ซึ่งล้วนสืบสายพระโลหิตแห่งการสนพระทัยด้านการแสดงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อให้สร้างโรงภาพยนตร์ขึ้นในที่พระมรดกบริเวณเชิงสะพานยศเส จึงได้ตั้งนามโรงภาพยนตร์นี้ว่า "โรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร" ปัจจุบันแม้บริเวณนั้นจะกลายเป็นอาคารพาณิชย์อื่นๆ แต่ชื่อ เฉลิมเขตรก็ยังคงมีผู้จดจำและกล่าวขวัญถึง

ที่มา http://goo.gl/L9r9L

วัดคณิกาผล

 
วัดคณิกาผลเป็นวัดราษฎร์ฝ่ายมหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๖ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดย คุณยายแฟง วัดมีชื่อเดิมว่า วัดใหม่ยายแฟง ตามชื่อผู้สร้าง คุณยายแฟง มีอาชีพเป็นเจ้าสำนักหญิงงามเมืองใน ตรอกเต้า มีจิตศรัทธาใน บวรพระพุทธศาสนา ได้ร่วมกับเหล่าหญิงงามเมืองในสำนักจัดสร้างวัดขึ้น 

ต่อมาบุตรหลานของ คุณยายแฟง ได้ซ่อมแซมบูรณะวัดนี้ขึ้นใหม่ และกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามใหม่ รัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามว่า วัดคณิกาผล มีความหมายว่า วัดที่สร้างจากผลประโยชน์ของหญิงคณิกา 

บริเวณกำแพงหลังพระอุโบสถ มีซุ้มประดิษฐานรูปปั้นครึ่งตัวของ คุณยายแฟง พร้อมอักษรจารึกที่ฐารของแท่นรูปปั้นว่า วัดคญิกาผนี้สร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๓๗๖โดยคุณยายแฟงบรรพบุรุษของตระกูลเปาโรหิตย์ และยังมีของดั้งเดิมตั้งแต่แรกเริ่มสร้างวัดหลายอย่าง ได้แก่ พระประธาน พระวิหาร พระระเบียง พระปรางค์เล็ก ๑ องค์ ตู้ลายรดน้ำของเก่าหลายใบ พื้นลายกนกเปลว เขียนเรื่องรามเกียรติ์ หอระฆังก่ออิฐฐถือปูนแบบเก่า หลังคาประดับลายปูนปั้นเขียนสีตั้งอยู่หลังพระอุโบสถ นอกจากนั้นเป็นของใหม่ทั้งสิ้น 

วัดดิสานุการาม

วัดดิสานุการาม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดดณะสงฃ์มหานิกาย เดิมชื่อ วัดจางวางดิส ตามชื่อผู้สร้างคือจางวางดิส สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดพระราชทานนามใหม่เป็น วัดดิสานุการาม

พระอุโบสถ ขนาดใหญ่ ตั้งบนฐานยกพื้นมีระเบียงรอบ หลังคา ๒ ชั้น ติดช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ปิดทองประดับกระจก หน้าบันลวดลายดอกไม้ ประดับกระจกสี ซุ้มประตูหน้าต่างทรงมงกุฎ ประดับปูนปั้นลายดอกพูดตาน บานประตูมุกลายดอกลอย บานหน้าต่างเขียนลายรดน้ำผูกลายราชวัตร สองข้างประตูพระอุโบสถและเชิงบันไดระเบียงตั้งราชสีห์หล่อปูน ฝาผนังพระอุโบสถตอนล่างปูแผ่นหินอ่อน ตอนบนเขียนภาพจิตรกรรม ระหว่างช่องหน้าต่างเขียนเรืองทศชาติตอน เทพชุมนุม ผนังตรงข้ามพระประธานเขียนภาพพุทธประวัติตอนแบ่งพระบมสารีริกธาตุ และด้านหลังพระประธานเป็น ภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ บานประตูด้านในรูปเชี่ยวกาง บานหน้าต่างรูปทวารบาล

พระวิหาร ลักษณะเดืยวกับพระอุโบสถ แต่ขนาดย่อมกว่า หน้าบันเป็นรูปธรรมจักรล้อมรอบด้วยลายเครือเถา ซุ้มประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นช่อดอกพุดตาน พื้นปูหินอ่อน

ศาลเจ้าไต้ฮงกง

ศาลเจ้าไต้ฮงกง

สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2452-2461 บริเวณถนนพลับพลาไชย มีพื้นที่ 3 งาน 66 ตารางวา เป็นที่ประดิษฐานรูปจำลองซึ่งอัญเชิญมาจากจีนของ หลวงปู่ไต้ฮงมหาเถระ พระผู้มีความเมตตากรุณา และเป็นผู้ริเริ่มบำเพ็ญกุศลในการจัดฌาปนกิจศพไร้ญาติสมัยราชวงศ์ซ้อง เมื่อเกือบพันปีล่วงมาแล้ว ในเวลาต่อมาได้จัดตั้ง “คณะเก็บศพไต้ฮงกง” เพื่อทำการเก็บและจัดการงานศพอนาถา ต่อมาเปลี่ยนชื่อคณะเป็น “มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นพระราชทานเงินให้ “คณะเก็บศพ” ปีละ 2,000 บาท

ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ศาลเจ้า แล้วเสร็จในปี 2497 ครั้งนั้น จัดให้มีงานฉลอง 7 วัน 7 คืน มีการทำบุญ ทิ้งกระจาด และต่อไฟศักดิ์สิทธิจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามมายังศาลเจ้าด้วย

“จริงๆ ท่านเป็นภิกษุชาวจีนที่ช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วย สร้างสะพาน สอนหนังสือ เป็นภิกษุที่สร้างคุณงามความดี คนจีนสมัยก่อนนับถือมาก เมื่อคนจีนมาตั้งรกรากที่เมืองไทย คนที่พอจะมีฐานะหน่อยมารวมตัวกันและต้องการจะเจริญรอยตามท่าน จึงได้สร้างท่านพร้อมกับบูชามาโดยตลอด มูลนิธิปอเต็กตึ๊งก็ถือกำเนิดมาจากปณิธานที่อยากจะดำเนินรอยตามท่าน คือการช่วยเหลือประชาชนและสังคม มูลนิธิปอเต็กตึ๊งมีอายุ 96 ขึ้น 97 ปีแล้ว สิ่งที่เราทำมากกว่าการเก็บศพ” หัวหน้าประชาสัมพันธ์มูลนิธิฯกล่าว

ความพิเศษของศาลเจ้าไต้ฮงกงในช่วงตรุษจีนนั้น ก็คือประชาชนจำนวนมากที่หลั่งไหลกันมาทำบุญขอพร

“ยิ่งทุกข์เท่าไหร่ไหว้พระองค์ใดก็ตามเราจะรู้สึกสบายใจ แต่ท่านไต่ฮงกงเป็นเรื่องของการบำเพ็ญบุญบารมีมามากและให้ทาน คนจีนคนไทยจึงนับถือ ขอได้ทั่วไป ร่างกายแข็งแรง การงานประสบความสำเร็จ ฯลฯ”

ความพิเศษของศาลเจ้าไต้ฮงกงที่นอกจากการมาไหว้พระขอพรแล้ว ที่นี่ยังมีการแจกขนมสาคูอีกด้วย เราจะเห็นคนมาเข้าคิวรอรับขนมสาคูเป็นจำนวนมากทุกปี

“ตรุษจีนมูลนิธิมีต้มสาคูแจก เพื่อความกลมเกลียวและสิริมงคล คนจะมาทำบุญหรือไม่ทำบุญเราไม่ซีเรียสเลย สามารถมาเข้าคิวรับได้ทั้งวัน จะมีจุดบริการสาคู เป็นสิ่งที่ประชาชนถามถึงกันมากที่สุด แต่ที่สำคัญที่คนต้องการสาคูจากที่นี่ก็เพราะว่าเขามองว่าเป็นสิริมงคล หลังจากทำบุญแล้ว จะมอบตั๋วแลกขนมเพื่อนำเอาจันอับกลับไปบ้าน แล้วนำไปไหว้ หลังจากนั้นก็นำมากินเพื่อความเป็นสิริมงคลเช่นกัน”

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวียนธูปตอนเที่ยงคืนของวันสุดท้ายเทศกาลตรุษจีน และแจก “ฮู้” หรือ “ยันต์” ของหลวงปู่ไต้ฮงกงบริเวณฝั่งตึก 5 ชั้น โดยไม่ต้องเช่าหรือแล้วแต่ทำบุญอีกด้วย

ถนนหลวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ถนนหลวง (อังกฤษ: Thanon Luang) เริ่มตั้งแต่ถนนมหาไชย (สามแยกเรือนจำ) ในท้องที่แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ข้ามคลองรอบกรุง (คลองโอ่งอ่าง) เข้าสู่ท้องที่แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จากนั้นตัดกับถนนวรจักร (สี่แยกวรจักร) ถนนยุคล 2 (สี่แยกโรงพยาบาลกลาง) และถนนพลับพลาไชย (ห้าแยกพลับพลาไชย) โดยเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างแขวงป้อมปราบกับแขวงวัดเทพศิรินทร์ จนกระทั่งไปจรดถนนกรุงเกษมที่ห้าแยกนพวงศ์

ถนนหลวงเป็นถนนที่สร้างในปี พ.ศ. 2436 โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า ควรจะตัดถนนใหม่ระหว่างถนนเจริญกรุง ถนนบำรุงเมือง ตั้งต้นตั้งแต่ป้อมเสือทยานไปบรรจบถนนริมคลองผดุงกรุงเกษมโดยข้ามคลองคูพระนคร ตรงไปออกถนนหน้าวัดเทพศิรินทราวาส ถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง ตั้งชื่อว่าถนนหลวง ทรงให้เหตุผลในการตัดถนนสายนี้ว่า เพื่อสำหรับผู้ที่จะไปขึ้นรถไฟ เพื่อเดินทางไปนครราชสีมาได้สะดวก และเป็นที่งดงามและแสดงถึงความเจริญของบ้านเมืองด้วย โดยสร้างเป็นถนนสำหรับคนเดินและรถม้า

ระหว่างการก่อสร้างถนนหลวงใน พ.ศ. 2440 ปรากฏว่ามีผู้ขัดขวางการสร้างถนน โดยทำร้ายกุลีชาวจีนที่ก่อสร้างจนไม่สามารถก่อสร้างได้ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการได้มีหนังสือกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล โดยทรงต่อว่ากระทรวงนครบาลซึ่งส่งมอบที่ดินให้กระทรวงโยธาธิการ เข้าใจว่าทรงจัดการเรื่องการเวนคืนที่ดินเรียบร้อยแล้ว และถือว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงนครบาลที่จะป้องกันระงับการทะเลาะวิวาท แต่ปรากฏว่ากระทรวงนครบาลไม่ได้อารักขาการสร้างถนน ทำให้เกิดเหตุขึ้นและปล่อยให้เรื่องล่าช้าจนหมดเขตฟ้องร้อง ต้องจ่ายพระราชทรัพย์ทำขวัญกุลี

ในการก่อสร้างถนนหลวงนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานนพวงษ์ขึ้นด้วย โดยมีพระราชปรารภให้เปิดสะพานทันวันเฉลิมพระชนมพรรษาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2440 ซึ่งเป็นวันที่มีพระชนมพรรษาเท่าพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส (พระองค์เจ้านพวงศ์) จึงต้องเร่งดำเนินการสร้างถนนหลวง ให้เสร็จทันเวลาที่จะเสด็จพระราชดำเนินเปิดสะพานนพวงษ์

คลองมหานาค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คลองมหานาค เป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดเกล้าฯให้ขุดต่อจากคลองรอบกรุง ตรงเหนือวัดสะแก ตรงไปทางทิศตะวันออก เมื่อ พ.ศ. 2328 พระราชทานนามว่า"คลองมหานาค" ตามแบบอย่างคลองมหานาคที่วัดภูเขาทอง นอกเขตพระนครที่กรุงเก่า

ต่อมาทรงสถาปนาวัดสระแกเป็นพระอารามหลวง จึงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ วัตถุประสงค์ของการขุดคลองนี้ก็เพื่อให้ใช้เล่นเพลงเรือดอกสร้อยสักวาในฤดูน้ำหลาก เหมือนประเพณีดั้งเดิมสมัยกรุงศรีอยุธยา

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯให้ขุดคลองผดุงกรุงเกษมให้เป็นคลองคูเมืองชั้นนอก ตัดกับคลองมหานาค บริเวณวัดบรมนิวาส คลองมหานาคช่วงถัดออกไปจากบริเวณนี้เรียกว่า "คลองบางกะปิ" จนถึงวังสระปทุม ไปถึงหัวหมาก คลองตัน ผ่านบางขนากไปออกแม่น้ำบางปะกง รวมเรียกว่า คลองแสนแสบ