พันธสัญญาการบริการ

2 ม.ค. 2553








Read more ...

แนะนำข้อมูล

2 ม.ค. 2553
ก. การแจ้งเหตุ

การแจ้งข่าวอาชญากรรม ประชาชนสามารถให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ด้วยการช่วยกันเป็นหูเป็น ตาสอดส่องพบเห็นเหตุร้ายหรือพฤติกรรมมีพิรุธน่าสงสัย เข้าข่ายอาชญากรรมประเภทต่าง ๆ เช่น ลักทรัพย์ ปล้นชิงทรัพย์ ฯลฯ ตลอดจนอุบัติเหตุร้ายแรงที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักสำคัญในการ คลายทุกข์ร้อนของประชาชน สายด่วน โทร. 02-2257433

วิธีการแจ้งข่าวอาชญากรรม สามารถกระทำได้ ดังนี้

1.พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองในท้องที่ที่เกิดเหตุ

2.แจ้งเหตุทางโทรศัพท์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
•โทรศัพท์หมายเลขฉุกเฉินโดยตรงของทางราชการ เช่น เหตุด่วนเหตุร้าย โทรแจ้ง 191
•โทรศัพท์แจ้งเหตุในรายการวิทยุต่าง ๆ ที่สามารถประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันท่วงที
3. แจ้งเหตุทางจดหมายไปยังสถานีตำรวจในท้องที่

ข้อควรทราบในการแจ้งข่าวอาชญากรรมทางโทรศัพท์ เมื่อพบเห็นเหตุร้าย อย่ามัวแต่ตกใจ ควรระงับสติอารมณ์แล้วแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พยายามจดจำข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ของเหตุการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการมากที่สุด คือ

1. เหตุร้ายนั้นเป็นเหตุอะไร เช่น ฆ่าคนตาย รถชนกัน ปล้นทรัพย์ ฯลฯ
2. เหตุนั้นเกิดที่ไหน ระบุสถานที่ให้ชัดเจนถูกต้อง
3. คน ร้ายมีลักษณะอย่างไร บอกรูปพรรณสัณฐานของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ถ้าเป็นยานพาหนะ ก็ควรสังเกตว่ายานพาหนะนั้นมีป้ายทะเบียนหรือไม่ ถ้ามีเป็นหมายเลขอะไร เหล่านี้เป็นต้น

การแจ้งข่าวอาชญากรรม 

สามารถแบ่งเป็น

1. การแจ้งข่าวก่อนเกิดเหตุ ช่วยกันจับตาดูแลสอดส่องพฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ดังนี้

- ผู้มักมีพฤติกรรมการลักเล็กขโมยน้อย หรือ ลักโค กระบือ
- อันธพาล นักเลง
- ผู้ติดยาเสพย์ติดผิดกฎหมาย เช่น ฝิ่น กัญชา เฮโรอีน สารระเหย
- มือปืนรับจ้าง
- บุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย
- แหล่งซ่องสุมหรือหลบซ่อนตัวของคนร้าย หรือ รับซื้อของโจร
- แหล่งค้ายาเสพติด
- แหล่งล่อลวงหญิงค้าประเวณี หรือ ทารุณกรรม
- แหล่งกักขัง ใช้แรงงานเด็ก หรือใช้แรงงานคนต่างด้าวผิดกฎหมาย

2. การแจ้งข่าวขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
- แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที หากได้พบเห็นบุคคลเป็นผู้ต้องสงสัยว่ากระทำผิดจดจำลักษณะ ตำหนิรูปพรรณ และยานพาหนะของผู้นั้น
- ให้ข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ไม่บิดเบือน เพื่อผลการดำเนินงานสอบสวนติดตามผลจะได้ถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว
- ถ้าเหตุร้ายมีผลต่อสาธารณชน เช่น อัคคีภัย ควรแจ้งตำรวจดับเพลิงหรือกรณีที่พบอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วนแล้วช่วยดูแลทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุ

ข. การแจ้งความต่าง ๆ

เมื่อประชาชนประสบเหตุเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม หน่วยงานสำคัญที่จะเป็นที่พึ่งได้ในยามเกิดปัญหาคือ สถานีตำรวจ ตามกฎหมายได้ให้สิทธิแก่ประชาชนในการร้องทุกข์หรือแจ้งความเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงกำหนดหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องเอาใจใส่ต่อคำร้องทุกข์ของประชาชน จะละเลยไม่ไดสงสัยหรือเปล่าล่ะว่า แจ้งความ กับ แจ้งเหตุ ต่างกันอย่างไร้

การแจ้งเหตุ คือ เมื่อเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ ก็ควรช่วยเหลือสังคมด้วย แจ้งเหตุการณ์ที่เห็นแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที

การแจ้งความ คือ เมื่อเรามีเรื่องทุกข์ร้อน และนำเรื่องนั้นไปแจ้งหรือร้องทุกข์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว มันจะกลายเป็นคดีความระหว่างเราซึ่งเป็นผู้เสียหายกับคู่กรณี ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องเรียนรู้ถึงวิธีปฏิบัติ รวมทั้งการเตรียมเอกสารในเรื่องที่จะแจ้งความนั้นให้พร้อม เพื่อจะทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

1. แจ้งความเอกสารสำคัญหาย

เช่น ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ จักรยานยนต์ โฉนดที่ดิน ใบสำคัญต่าง ๆ ฯลฯ มีขั้นตอนดังนี้ คือ ยื่นคำร้องแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวหายต่อสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าพนักงานจะตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ แล้วลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งออกหลักฐานการแจ้งความเอกสารหายเพื่อให้ท่านนำไปยังหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องสำหรับดำเนินการต่อไป

2. แจ้งความคนหาย

หลักฐานต่าง ๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ

- บัตรประจำตัวผู้หาย หรือสำเนาบัตรที่ถ่ายเก็บไว้ (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านผู้หาย
- ภาพถ่ายคนหาย (เป็นภาพถ่ายปัจจุบัน)
- ใบสำคัญทางราชการ เช่น ใบเกิด ใบสำคัญทหาร (ใบกองเกิน ใบกองหนุน)

3. แจ้งความรถหรือเรือหาย

หลักฐานต่าง ๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ

- ใบทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือ พาหนะอื่น ๆ ที่หาย
- ใบรับเงินหรือสัญญาซื้อขายเท่าที่มี
- ถ้าเป็นตัวแทนห้างร้าน บริษัท ผู้ไปแจ้งความควรมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของหรือผู้จัดการของห้างร้าน บริษัทนั้น ๆ ไป รวมทั้งหนังสือรับรองบริษัทด้วย
- หนังสือคู่มือประจำตัวรถที่ทางบริษัทห้างร้านออกให้ ถ้าไม่มีก็ให้จำสีรถ แบบ ยี่ห้อ หมายเลขประจำเครื่องและตัวรถไปด้วย (ถ้ามี)
- หากมีภาพถ่ายรถหรือเรือที่หายให้นำไปด้วย

4. แจ้งความอาวุธปืนหาย

ควรเตรียมหลักฐานดังนี้
- ทะเบียนใบอนุญาตอาวุธปืน
- ใบเสร็จรับเงินที่บริษัทห้างร้านขายปืนออกให้ (ถ้ามี)
- ภายถ่ายปืนที่หาย (ถ้ามี)

5. แจ้งความทรัพย์สินหาย

ควรเตรียมหลักฐานดังนี้

- ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานการแสดงการซื้อขายทรัพย์สินนั้น
- รูปพรรณทรัพย์สินนั้น ๆ เช่น หมายเลขเครื่อง ฯลฯ (ถ้ามี)
- ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่าง ๆ
- เอกสารสำคัญต่าง ๆ เท่าที่มี
- ภาพถ่ายของทรัพย์สินที่หาย (ถ้ามี)

ในกรณีที่คนร้ายขโมยทรัพย์สินในบ้านหรือสำนักงาน ให้รักษาร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ใครเข้าไปเคลื่อนย้ายหรือแตะต้องจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาดำเนิน การ

6. แจ้งความพรากผู้เยาว์

ผู้เยาว์ คือ ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ ข้อหาพรากผู้เยาว์เป็นอย่างไร คงจำกันได้ดีถึงกรณีพิพาทอื้อฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์ระหว่างนักร้องหญิงวัย รุ่นกับแม่ของเธอ เรื่องมันก็มีอยู่ว่าสาวเจ้าเล่นประกาศปาว ๆ จะอยู่กินกับแฟนหนุ่ม แถมท้องได้ 4 เดือนเสียด้วย ทั้ง ๆ ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี เล่นเอาคุณแม่ต้องวิ่งโร่ไปแจ้งความกับตำรวจในข้อหาที่แฟนหนุ่มนั้นพรากผู้ เยาว์น่ะสิ เห็นชัดแล้วใช่มั้ยว่าการพรากผู้เยาว์เป็นอย่างไร ใครที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เวลาจะขึ้นโรงพักไปแจ้งตำรวจ ก็อย่างลืมเตรียมเอกสาร ดังนี้

- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เยาว์
- ใบเกิดของผู้เยาว์ (สูติบัตร)
- รูปถ่ายของผู้เยาว์
- ใบสำคัญอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้เยาว์ (ถ้ามี)

7. แจ้งความถูกข่มขืนกระทำชำเรา

ควรเตรียมหลักฐานดังนี้

- เสื้อผ้าของผู้ถูกข่มขืน ซึ่งมีรอยเปื้อนอันเกิดจากการข่มขืน และสิ่งของต่าง ๆของผู้ต้องหาที่ตกอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียหาย
- รูปถ่ายหรือที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยตลอดจนหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี)

8. แจ้งความถูกทำร้ายร่างกายและเหตุฆ่าคนตาย

ดำเนินการดังนี้
- รักษาสถานที่เกิดเหตุไว้อย่าให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ
- ดูแลรักษาอาวุธของคนร้ายหรือพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
- บอกรายละเอียดต่าง ๆ เท่าที่สามารถบอกได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบ

9. แจ้งความถูกปลอมแปลงเอกสาร

นำหลักฐานต่าง ๆ ไปดังนี้

- ใบสำคัญตัวจริง เช่น โฉนด แบบ น.ส. 3 หนังสือสัญญา ใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ
- หนังสือที่ปลอมแปลง
- ตัวอย่างตราที่ใช้ประทับหรือลายเซ็นในหนังสือ

10. แจ้งความถูกฉ้อโกงทรัพย์

เตรียมหลักฐานดังนี้

- หนังสือหรือหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการถูกฉ้อโกง
- หลักฐานแสดงการเป็นผู้ครอบครองทรัพย์
- หนังสือหรือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์

11. แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์

ควรเตรียมหลักฐานดังนี้

- หนังสือสำคัญที่เป็นหลักฐานว่าได้มีการมอบหมายทรัพย์ให้ไปจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง
- ใบสำคัญแสดงการเป็นเจ้าของ
- สำเนาหรือคำสั่งศาล หรือพินัยกรรมในกรณีผู้กระทำผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือพินัยกรรม

12. แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์ในส่วนที่เกี่ยวกับการเช่าซื้อ

ควรเตรียมหลักฐานดังนี้

- สัญญาใบเช่าซื้อหรือสำเนา- ใบสำคัญติดต่อซื้อ ขาย เช่า ยืม หรือ ฝาก- ใบสำคัญที่บริษัทห้างร้านออกให้โดยระบุรูปพรรณ ยี่ห้อ สี ขนาด น้ำหนักและเลขหมายประจำตัว

13. แจ้งความกรณีทำให้เสียทรัพย์

ควรเตรียมเอกสารดังนี้

- หลักฐานต่าง ๆ แสดงการเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์นั้น
- หลักฐานหรือสิ่งของที่เสียหายเท่าที่มีหรือเท่าที่นำไปได้
- หากเป็นของใหญ่โต หรือทรัพย์ที่ไม่สามารถพกพาติดตัวได้ให้เก็บรักษาไว้อย่าให้เกิดความเสียหาย มากขึ้นกว่าเดิม หรือจัดให้คนเฝ้ารักษาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

14. แจ้งความจ่ายเช็คโดยไม่มีเงิน

ควรเตรียมหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดังนี้

- เช็คที่ยึดไว้- หนังสือที่ธนาคารแจ้งขัดข้องหรือปฏิเสธการจ่ายเงิน (ใบคืนเช็ค)
- หลักฐานหรือเอกสารซึ่งเป็นมูลหนี้แห่งที่มาของการจ่ายเช็ค เช่น

•บิลส่งสินค้ากรณีที่มีการซื้อขายกัน ,
•หนังสือสัญญากู้ยืมเงินสัญญาซื้อขาย หรือเอกสารอื่นใดที่เป็นหลักฐานแห่งมูลหนี้ของการจ่ายเช็ค

- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้แจ้ง
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง

กรณี เป็นเช็คของบริษัท หรือมีการมอบอำนาจ จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติม คือ

- หนังสือมอบอำนาจติดการแสตมป์ถูกต้อง
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ
- เอกสารเกี่ยวกับตัวผู้จ่ายเช็ค (ถ้ามี)

ค. การชำระค่าปรับ

เมื่อเราทำผิดกฎจราจร และได้รับใบสั่งสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ สามารถเลือกปฏิบัติในการชำระค่าปรับตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในใบสั่งของเจ้า พนักงานจราจร ณ สถานที่และภายในวันเวลาที่ระบุไว้ในใบสั่งได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

1. ชำระที่สถานีตำรวจหรือหน่วยงานตำรวจที่ออกใบสั่งนั้น

2. ชำระ ณ ที่ทำการไปรษณีย์แห่งใดก็ได้

กรณี ผู้ได้รับใบสั่งไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 หรือข้อ 2 ภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันควร มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท อีกข้อหาหนึ่งต่างหาก

อัตราปรับ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะของเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ได้ออกข้อกำหนดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ แบบใบสั่งและกำหนดค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ โดยได้กำหนดค่าปรับของแต่ละข้อหาไว้ให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่จราจรถือ ปฏิบัติ ฉะนั้นการจะไปชำระที่สถานีตำรวจหรือชำระทางไปรษณีย์จะต้องชำระค่าปรับในอัต รเดียวกัน

ขั้นตอนการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์

1.ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถต้องถ่ายเอกสารใบสั่งทั้ง 2 หน้า โดยกรอกข้อความในสำนาใบสั่งในส่วนของ “บันทึกของผู้ต้องหา” ให้ครบถ้วนพร้อมลงลายมือชื่อ (ใบสั่งตัวจริงเก็บไว้เป็นหลักฐาน)

2.ไปที่ทำการไปรษณีย์แห่งใดก็ได้พร้อมแจ้งความจำนงว่าจะชำระค่าปรับทางไปรษณีย์

3.เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะมอบใบฝากธนาณัติในประเทศและซองจดหมายจำนวน 2 ซอง เพื่อดำเนินการดังนี้

- กรอกรายละเอียดในใบฝากส่งไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศสั่งจ่าย

“ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

ณ ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง

- จ่าหน้าซอง โดยซองแรกให้จ่าหน้าถึงหัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้าหน่วยงานตำรวจที่ออกใบสั่งและ
ซองที่สองให้จ่าตามชื่อที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถที่ได้กรอกไว้ในสำเนาใบสั่งส่วนของ “บันทึกผู้ต้องหา” ตามข้อ 1 เพื่อจะส่งใบเสร็จรับเงินและใบอนุญาตขับขี่ (หากถูกยึด) คืนให้
- มอบเอกสารตามข้างต้นให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ พร้อมชำระค่าปรับจำนวนที่ระบุไว้ในใบสั่งและเงินค่าใช้บริการตามที่ที่ทำการ ไปรษณีย์เรียกเก็บ
- เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะตรวจความถูกต้องและดำเนินการให้ต่อไป

การใช้ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่เป็นการชั่วคราว

1.ใบรับแทนใบอนุญาต (ใบสั่ง) ใช้แทนใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ยึดไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ออกใบสั่ง

2.กรณี ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถเลือกหรือมีความจำเป็นต้องใช้วิธีการชำระค่าปรับทาง ไปรษณีย์ธนาณัติ จะต้องดำเนินการภายใน 7 วัน จึงสามารถใช้ใบรับแทนใบอนุญาต (ใบสั่ง) ประกอบกับใบรับการส่งธนาณัติแทนใบอนุญาตขับขี่ออกไปได้อีก 10 วัน นับแต่วันที่ส่งธนาณัติ

จะได้รับใบอนุญาตขับขี่คืนเมื่อใด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและการสื่อสารแห่งประเทศไทย จัดทำข้อตกลงระหว่างกันเพื่อให้บริการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษใน ประเทศ (EMS) ฉะนั้นเมื่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจออกใบสั่ง ได้รับเงินตามธนาณัติแล้วจะต้องส่งคืนใบเสร็จรับเงินและใบอนุญาตขับขี่ (หากถูกยึด) คืนให้โดยเร็ว

ง. กิจธุระที่ต้องขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

1. การขออนุญาตแสดงมหรสพชั่วคราว

- ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่
- ต้องขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงด้วย (ถ้ามี)
- เลิกแสดงมหรสพเวลา 24.00 น.

สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร จะต้องยื่นคำร้องต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่เป็นผู้พิจารณาอนุญาต

ส่วนในต่างจังหวัด จะต้องยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ และเมื่อนายอำเภออนุญาตแล้วจะแจ้งให้ตำรวจท้องที่ทราบ

2. การขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง
•ในกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขต
•ในต่างจังหวัด ต้อง ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ แล้วนำคำร้องมายื่นต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับท้องที่เพื่อลงความเห็นแล้ว ส่งกลับไปยังเขตหรืออำเภอเพื่อพิจารณาอนุญาตต่อไป

3. การขออนุญาตจุดดอกไม้เพลิง

•ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อเสนอเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้อนุญาต

•ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่

4. การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน
สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่ ดังนี้

1. กรุงเทพฯ : ยื่นต่อผู้บังคับการกองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ลาดพร้าว)
2. ต่างจังหวัด : ยื่นต่อนายอำเภอหรือปลัดอำเภอ

หลักฐานสำหรับประกอบการพิจารณา ที่ต้องนำไปมีดังนี้

1.บัตรประจำตัวประชาชาหรือหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวพร้อมสำเนา
2.สำเนาทะเบียนบ้าน
3.หลักทรัพย์ หลักฐานประกอบอาชีพและรายได้
4.หนังสือรับรองความเหมาะสม เหตุผล ความจำเป็น นิสัยใจคอ ดังนี้

- ถ้าเป็นราษฎรทั่วไปต้องนำพยานบุคคลที่เชื่อถือได้ไปให้คำรับรองเกี่ยวกับความประพฤติและหลักฐานของผู้ขออนุญาตด้วย
- ถ้าเป็นข้าราชการ พนักงาน หรือ ลูกจ้าง ต้องให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นหัวหน้ากองหรือเทียบเท่า หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หรือผู้บังคับกองพันทหาร รับรองความประพฤติและตำแหน่งหน้าที่การงาน
- ถ้าเคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ให้นำใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ไปแสดงด้วย

5. การขออนุญาตพกพาอาวุธปืนติดตัว

สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องที่ ดังนี้

1. ยื่นต่อผู้บังคับการกองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ลาดพร้าว)สำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพฯ
2. ยื่นต่อนายอำเภอ หรือ ปลัดอำเภอ สำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด

คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตพกพาอาวุธปืนติดตัว

1. เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนอยู่แล้ว
2. เป็นบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่งดังต่อไปนี้

- เจ้าพนักงานซึ่งทำหน้าที่ควบคุมทรัพย์สินของรัฐบาล
- ข้าราชการ พนักงาน หรือพนักงานองค์กรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีหน้าที่ในการปราบปราม หรือการปฏิบัติงานที่เป็นการฝ่าอันตรายหรือเขตทุรกันดาร
- บุคคลซึ่งได้ทำประโยชน์อย่างมากให้แก่ทางราชการในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย
- บุคคลที่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืนติดตัว เพื่อป้องกันอันตรายจากการประทุษร้าย
- บุคคลที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นสมควรอนุญาต

หลักฐานการขออนุญาต

1. สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการเจ้าพนักงานหรือพนักงานองค์การรัฐวิสาหกิจหรือบัตรประจำตัวประชาชน
2. สำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน โดยที่อยู่ของผู้ขออนุญาตที่ระบุไว้ในทะเบียนบ้านจะต้องตรงกับที่อยู่ในแบบ ป.4
4. ภาพถ่ายของผู้ขออนุญาต ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 2 รูป โดยถ่ายหน้าตรงแต่งเครื่องแบบ
5. กรณีผู้ขอเป็นข้าราชการ เจ้าพนักงาน หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดว่าเป็นผู้มีความประพฤติ เรียบร้อยมีเหตุผลและความจำเป้นสมควรได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัวได้
6. กรณีที่ผู้ขอทำงานอยู่ใน ธุรกิจเอกชน จะต้องมีหนังสือรับรองจากเจ้าของหรือผู้จัดการธุรกิจนั้น ๆ ว่าผู้ขอเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย มีเหตุผลและความจำเป็นสมควรได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัวได้
6. การขอรับโอนมรดกอาวุธปืนปฏิบัติเช่นเดียวกับการขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน หากต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

1.ใบมรณบัตรของผู้ตาย
2.หนังสือพินัยกรรมของผู้ตาย หรือคำสั่งศาลให้เป็นผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)
3.ต้องแจ้งขอรับการโอนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับมรดก

การขออนุญาตเล่นการพนันประเภทต่าง ๆ

ควรนำหลักฐานเอกสารดังต่อไปนี้แสดงต่อเจ้าหน้าที่

1.บัตรประจำตัวประชาชน
2.ทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน
3.หนังสือมอบอำนาจ พร้อมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่ผู้ขอมิได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตด้วยตนเอง
4.โครงการหรืองานที่จะจัดให้มีการเล่นการพนัน (ถ้ามี)

สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร 

ต้องยื่นคำขออนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนัน พร้อมเอกสารดังกล่าวต่อนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรประจำท้องที่ซึ่งดำรงตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป ส่วนในเขตต่างจังหวัดนั้น ให้ยื่นต่อนายอำเภอท้องที่หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอ

การขออนุญาตเยี่ยมผู้ต้องหาบนสถานีตำรวจ

•พบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาบนสถานีตำรวจ

•แจ้งชื่อผู้ต้องหาที่ต้องการเยี่ยม

•หลังได้รับอนุญาต ให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาได้ตามระเบียบที่กำหนด คือ

เวลา 08.00 - 09.00 น.

เวลา 12.00 - 13.00 น.

เวลา 16.00 - 17.00 น.

•อาหารของเยี่ยมของฝากผู้ต้องหา ต้องได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ก่อนเสมอ
Read more ...

นโยบายและแผนงาน

2 ม.ค. 2553
มุ่งมั่นปฏิบัติตามแนวนโยบายของ ผบ.ตร. 


Read more ...

คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.)

2 ม.ค. 2553
รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1

1. นาย อานนท์ สุขสัตยานนท์ ประธานกรรมการ

2. พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย           ผกก.ฯ / กรรมการ

3. พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา              รอง ผกก.ปป.ฯ / กรรมการ

4. พ.ต.ท.ทินกร สมวันดี              รอง ผกก.สส.ฯ / กรรมการ

5. พ.ต.ท.ธัชพงศ์ สารวนางกูร      รอง ผกก.จร.ฯ / กรรมการ

6. นาย ธีรวัฒน์ ประจักษ์              รอง ผอ.รร.เทพศิรินทร์ / กรรมการ

7. นาง สุกัญญา อรรถบวรพิศาล รอง ผอ.รพ.กลาง / กรรมการ

8. นาย วันชัย ยงวณิชย์               กรรมการ

9.นาย สมาน เจนจิตรานันท์ กรรมการ

10.นาย สุเมธ บุญบรรดารสุข กรรมการ

11.นางสาวอโนมา ภานุวงศ์เมธี กรรมการ

12.นาย ธีรศักดิ์ ทัศนานุกุลกิจ กรรมการ

13.นาย อานนท์ สุขสัตยานนท์ กรรมการ

14.นาย เรืองกิจ จึงทวีศิลป์ กรรมการ

15.นาย เปี่ยมเดช ปิณโฑละ กรรมการ

16.นางดุจษะนันท์ จักรเดชไชย     กรรมการ

17. พ.ต.ต.จักรพันธ์ สิทธิไพศาลกุล สว.ธร.ฯ/เลขานุการ

18. พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญพิทักษ์ สวป.ฯ/ผู้ช่วยเลขานุการ

19. ร.ต.ท.สุรศักดิ์ นิตย์สง่า รอง สวป.ฯ /ผู้ช่วยเลขานุการ
Read more ...

ค่านิยมและยุทธศาสตร์

2 ม.ค. 2553
ค่านิยม    

“ โรงพักแห่งความสุข”  ตำรวจและประชาชนมีความสุขร่วมกัน

ยุทธศาสตร์ (strategy)

1.ยุทธศาตร์ภารกิจรักษาความปลอดภัยและความมั่นคง
- ภารกิจการถวายอารักขาและรักษาความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์
- ภารกิจการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคลสำคัญ

2. ยุทธศาสตร์การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน และ ชุมชน
- สร้างพลังแผ่นดินพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน
- ส่งเสริมบทบาท กต.ตร.
- สร้างแรงจูงใจในการทำงานร่วมกัน
- ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม
- จัดระเบียบเครือข่ายข้อมูลข่าวสารอย่างมีระบบ
- พัฒนาระบบสายตรวจเดินเท้าและเข้าถึงประชาชนระหว่างปฏิบัติหน้าที่ (Stop Walk and Talk)
- จัดหาวัสดุอุปกรณ์และยานพาหนะสมัยใหม่
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครภาคประชาชน
- พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ
- ตรวจสุขภาพและทดสอบสมรรถภาพร่างกายของเจ้าหน้าที่
- สืบสวนปราบปรามอาชญากรรม ตามนโนบายและคำสั่งอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

3. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรมและกฎหมาย
- พัฒนาบริหารและจัดการงานสอบสวนด้านเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่
- พัฒนาคุณภาพงานสอบสวนให้สอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม
- สร้างทีมงานสอบสวนอย่างมืออาชีพ
- ส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม

4. ยุทธศาสตร์การควบคุมจัดการและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับจราจร
- พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของตำรวจจราจร
- นำเทคโนโลยีมาใช้ในการควบคุมสั่งการและจัดการจราจร
- การป้องกันปราบปรามการแข่งขันรถในทางสาธารณะ
- ให้ภาคเอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาจราจร
- ลดอุบัติเหตุเพิ่มความปลอดภัยในผู้ใช้รถใช้ถนน
- จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอำนวยการจราจรหน้าสถานศึกษา
- ฝึกอบรมอาสาจราจร

5. ยุทธศาสตร์การบริหารการจัดการที่ดี
- ปฏิบัติตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน
- ให้บริการประชาชนได้ทั่วถึงทันต่อสถานการณ์และเสร็จสิ้น ณ จุดเดียว (ONE STOP SERVICE)
- พัฒนาระบบแจ้งเหตุและระบบจัดการเหตุ
- สร้างจิตสำนึกในการบริการ (SERVICE MIND)
- พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและวิธีการจัดการแก้ไข
- บริหารด้วยความเป็นธรรม มีหลักเกณฑ์และโปร่งใส
- พัฒนาขีดความสามารถและเพิ่มศักยภาพในการบริการประชาชน อย่างมีคุณภาพ
- พัฒนาเทคโนโลยี และบุคลากรด้านสารสนเทศรองรับการปฏิบัติงานด้านต่างๆ
- ปรับปรุงพัฒนา website ของหน่วยงานให้ทันสมัยและเอื้อประโยชน์ต่องานด้านต่างๆ อย่างเต็มที่
- มาตรการประหยัดและลดรายจ่ายทุกด้าน
- จัดระเบียบสังคม
Read more ...

วิสัยทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission)

2 ม.ค. 2553
วิสัยทัศน์ (Vision)

" สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย1 เป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ ปกป้องเทิดทูนสถาบัน ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ บริการประชาชนด้วยความยุติธรรมและเสมอภาค สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน "

พันธกิจ (Mission)

1. ถวายอารักขารักษาความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์

2. การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยมีภาคเอกชน ชุมชม อาสาสมัครเข้ามามีส่่วนร่วมในการปฏิบัติงาน

3. จัดระเบียบสังคม ให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยมุ่งเน้นให้ สังคม ปลอดจาก อบายมุข ยาเสพติด สิ่งเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย โดย มุ่งหวังให้สังคมอยู่ได้อย่างสงบสุข

4. พัฒนาสถานีตำรวจให้มีความพร้อมในการให้บริการและเป็นที่พึ่งของประชาชน

5. บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักนิติธรรม ความเสมอภาค โปร่งใสและเป็นธรรม

6. เสริมสร้างการทำงานแบบมืออาชีพให้กับข้าราชการตำรวจ มีความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นในศีลธรรม

7. เตรียมความพร้อมบุคลากรและหน่วยงานเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

8. พัฒนาศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานและบูรณาการการทำงานทุกมิติ โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติ

9. การทำงานเป็นทีม ดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งด่านสวัสดิการและครอบครัว

10. ส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน ยึดหลักปฏิบัติตามปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง"
Read more ...

ประวัติความเป็นมา

2 ม.ค. 2553
 
ประวัติการจัดตั้งสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1

สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เดิมมีชื่อเรียกเมื่อสมัยก่อตั้ง ในปี พ.ศ. 2470 ว่า "สถานีตำรวจนครบาลป้อมปราบ" มีที่ทำการตั้งอยู่ที่บริเวณสามแยกเจริญกรุง ซึ่ง ปัจจุบันเป็นที่ทำการของธนาคารเอเชีย จำกัด สาขาสามแยก ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 ที่ทำการ สน. ป้อมปราบ ถูกเพลิงไหม้เสียหาย จึงต้องย้ายไปที่ที่ทำการชั่วคราวที่กองดับเพลิง หลัง สน. สามแยก

ในปีเดียวกันนั้นเอง (พ.ศ. 2482) พระอนุวัตรราชนิยม (ยี่โกฮง) ได้บริจาคที่ดินส่วนตัว จำนวน 1 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา ให้เป็นที่ราชพัสดุ ใช้เป็นที่ก่อสร้างที่ทำการใหม่ของ สน.ป้อมปราบ การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2484 ซึ่งขณะนั้น มี พ.ต.อ. หลวงอดุล เดชจรัส เป็นอธิบดีกรมตำรวจ

ในเวลาต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเกี่ยวกับชื่อของ สน.ป้อมปราบและงานที่ เกี่ยวข้อง หลายครั้งด้วยกัน คือ

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2484 มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ยุบ สน. ป้อมปราบ สน. สามแยก และ สน. สามยอด แล้วให้รวมทั้ง 3 สน. ฯ เข้าด้วยกัน มีชื่อเรียกว่า "สถานีตำรวจนครบาลกลาง" แบ่งออกเป็น 3 แผนก

ในปี พ.ศ. 2488 กระทรวงมหาดไทยมีประกาศให้ยุบงานทั้ง 3 แผนกข้างต้น แล้วตั้งให้เป็นสถานีตำรวจนครบาลกลาง แบ่งเขตการปกครองรับผิดชอบเป็น 2 พื้นที่ คือ

1. สถานีตำรวจนครบาลกลางเขต 1 รับผิดชอบเขตพื้นที่ทางทิศเหนือ ทั้งหมดของสถานีตำรวจนครบาลกลาง

2. สถานีตำรวจนครบาลกลางเขต 2 รับผิดชอบเขตพื้นที่ทางทิศใต้ ทั้งหมดของสถานีตำรวจนครบาลกลาง

ในปี พ.ศ. 2491 กระทรวงมหาดไทยมีประกาศลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2491 ให้ยุบ สถานีตำรวจนครบาลกลางเขต 1 แล้วตั้งชื่อใหม่ เรียกว่า สถานีตำรวจนครบาลกลาง และยุบสถานีตำรวจนครบาลกลางเขต 2 แล้วตั้งเป็นสถานีตำรวจนครบาลสามแยก

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2491 กระทรวงมหาดไทยก็มีประกาศลงวันที่ 14 สิงหาคม 2491 ให้เปลี่ยนชื่อสถานีตำรวจนครบาลกลาง เป็นสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย และให้ย้ายสถานีตำรวจนครบาลสามแยก ไปอยู่ที่บริเวณสามแยกหมอมี ปัจจุบันเป็นที่ตั้งธนาคารเอเชีย จำกัด สาขาสามแยก

ต่อมากระทรวงมหาดไทยก็ได้มีประกาศลงวันที่ 8 มีนาคม 2499 ให้ยุบ สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย และสถานีตำรวจนครบาลสามแยก แล้วตั้งเป็นสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชยเขต 1 มีที่ทำการตั้งอยู่ที่เลขที่ 447 ถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน และให้สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย เขต 2 มาร่วมใช้สถานที่เดียวกันตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมากระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างอาคาร ที่ทำการ สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 ใหม่อีกทั้งอาคารที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงมีคำสั่งให้ย้ายที่ทำการจากที่เดิม เลขที่ 447 ถนนพลับพลาไชย แขวง-เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร มาใช้สถานที่สถานีตำรวจดับเพลิงสวนมะลิ เลขที่ 76 ถนน ยุคคล 2 แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2535

เดือน สิงหาคม 2535 เริ่มทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการและบ้านพักข้าราชการ บนเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 47 ตารางวา ตั้งอยู่ถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดกรุงเทพมหานคร ทะเบียนที่ 447 โฉนดที่ดินเลขที่ 199 เล่ม 2 หน้า 99 ซึ่งมีราคาประเมินไว้ที่ 37,370,000 บาท ตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2535 ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือน เมษายน 2538 โดยได้ทำการตรวจรับอาคารสร้างใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2538 ได้ใช้งบประมาณของกรมตำรวจ จำนวนเงินทั้งสิ้น 158,000,000 บาท โดยสร้างเป็นอาคารตึกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 13 ชั้น มีชั้นใต้ดินและดาดฟ้า ชั้นที่ 1 - 3 เป็นที่ทำการ ชั้นที่ 4 เป็นกองร้อย , ลานเอนกประสงค์ และมีดาดฟ้าด้านหน้า ได้สร้างศาลเจ้าพ่อยี่กอฮง ( ศาลรองหัวหมื่นพระอนุวัตรราชนิยม ) และศาลพระภูมิเจ้าที่ ไว้ด้วย ชั้น 5 - 13 เป็นอาคารที่พักอาศัยของข้าราชการตำรวจจำนวนทั้งสิ้น 153 ห้อง

โดยแบ่งเป็น

สน.พลับพลาไชย 1 จำนวน 81 ห้อง
สน.พลับพลาไชย 2 จำนวน 72 ห้อง

ขนาดอาคารกว้าง 40 เมตร ยาว 58 เมตร โดยมีรั้วล้อมรอบทั้งสามด้านนับเป็นตัวอย่างรูปแบบสถานีตำรวจที่ใช้ประโยชน์ จากพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดสถานีตำรวจนครบาลหนึ่ง โดยเปิดทำการ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2538 เป็นต้นมา 
Read more ...

ติดต่อ สน.พลับพลาไชย 1

1 ม.ค. 2553
สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1
เลขที่ 447 ถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
โทร : 0-2226-2144
แฟกซ์ : 0-2225-7433
อีเมล์ : plubpla1@gmail.com
เว็บไซต์ : plubpla1.blogspot.com
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/plubpla1
สายด่วน โทร. 0-2221-1835
Read more ...

งานบริการประชาชน

1 ม.ค. 2553
Read more ...

เกี่ยวกับ สน.พลับพลาไชย 1

1 ม.ค. 2553
Read more ...

ตลาดคลองถม

1 ม.ค. 2553
 
ตลาดคลองถม

ถ้าจะบอกว่าแหล่งหาซื้อของเก่า ของมือสอง ราคาถูกที่ใหญ่ที่สุด และน่าเดินดูที่สุดขกรุงเทพมหานครคือ ย่านคลองถม เห็นทีจะไม่ผิด ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันเสาร์ เวลาหลัง 17.00 น. เป็นต้นไป จะเป็นเวลาเริ่มของ "ตลาดไฟฉาย" ซึ่งจะตั้งของขายกันจนถึงวันอาทิตย์ สำหรับบางคนที่ไม่ชอบเดินถือไฟฉายหาของ หรือไม่สนุกกับการต้องเบียดเสียดผู้คนเดินดูของเวลากลางคืนมืดๆ ก็ขอแนะนำให้เปลี่ยนจากการช็อปค่ำคืนวันเสาร์มาเป็นช่วงเช้าวันอาทิตย์ ณ ที่นี่ ตลาดคลองถมวันอาทิตย์

ตลาดคลองถมวัน อาทิตย์ ครอบคลุมบริเวณตั้งแต่ ถนนหลวง ถนนวรจักร ถนนเจริญกรุง ถนนเสือป่า ตามซอกซอยแถวนั้น จะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่เอาของมาวางขายกันเต็มไปหมด เนื่องจากวันอาทิตย์เป็นวันที่บริษัทห้างร้านแถวๆ นั้นหยุดจึงสามารถตั้งแผงหน้าร้านได้

สินค้าที่มีขาย เรียกได้ว่าหลากหลายวาไรตี้มีทุกอย่าง เช่น เครื่องมือช่าง, อะไหล่รถยนต์, อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, หนังวีดีโอ/วีซีดี/ดีวีดี, เสื้อผ้า, รองเท้าเก่า-ใหม่, ของเล่นเด็ก, ของสะสม, แสตมป์, ธนบัตรเก่า, นาฬิกา, อุปกรณ์เครื่องครัว, ของเลหลังค้างสต็อค และอื่นๆ เยอะแยะไปหมด มีทั้งของใหม่และของเก่าให้เลือกซื้อหาในราคาย่อมเยา ต่อรองได้ แผ่นเสียง, เทป, ซีดีอัลบั้มเก่าๆ ของศิลปินคนใดที่อยากฟังแล้วหาซื้อที่อื่นไม่ได้ ให้ลองมาที่นี่ และถ้ารีโมททีวี, เครื่องเสียง, แอร์ หายหรือเสียลองมาเดินดู


ท่าน ที่ชอบประดิษฐ์คิดค้นมาเดินหาชิ้นส่วนของ จะมาหาไอเดียก็ไม่ผิดหวัง ให้เดินตามตรอกซอกซอยให้ทั่วๆ ของบางอย่างไม่คิดว่าจะเอามาขายก็อาจจะพบเจอได้ที่นี่ ของชำร่วยจากสายการบินมาเลหลังขายถูก นานๆ มาที ของเล่นใหม่แกะกล่องแต่เก่าเก็บจากห้างที่เลิกกิจการไปแล้วหรือตกรุ่นไป หลายปีแล้วเอามาขายถูกมากๆ ก็พบเจออยู่บ่อยๆ สินค้าอะไรที่กำลังฮิต มาดูที่นี่รับรองราคาไม่แพงแน่ หลายร้านที่ขายเป็นอาชีพเป็นเจ้าประจำเก่าแก่ชนิดที่เรียกว่ามาทุกอาทิตย์ ต้องเจอ

การเดินทาง
แนะนำให้มาโดยรถเมล์จะดีที่สุด จะเดินดูของได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องรีบร้อน เพราะไม่ต้องกังวลกับค่าที่จอดรถแพง หรือถ้าเอารถมาก็มีอาคารจอดรถที่ คลองถมเซ็นเตอร์ ชั่วโมงละ 30 บาท, อาคารศรีวรจักร ชั่วโมงละ 25 บาท, อาคารเฉลิมนคร ชั่วโมงแรก 25 บาท ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 40 บาท อย่างไรก็ตาม แนะนำให้จอดรถริมถนนหน้าวัดสระเกศ (วันอาทิตย์จอดได้) เพราะแถวคลองถมจะหาที่จอดรถยากมาก รถมาจอดกันเต็มตั้งแต่เช้าทั้งสองฝั่งถนน

ศาลเจ้าไต้ฮงกง 

สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2452-2461 บริเวณถนนพลับพลาไชย มีพื้นที่ 3 งาน 66 ตารางวา เป็นที่ประดิษฐานรูปจำลองซึ่งอัญเชิญมาจากจีนของ หลวงปู่ไต้ฮงมหาเถระ พระผู้มีความเมตตากรุณา และเป็นผู้ริเริ่มบำเพ็ญกุศลในการจัดฌาปนกิจศพไร้ญาติสมัยราชวงศ์ซ้อง เมื่อเกือบพันปีล่วงมาแล้ว ในเวลาต่อมาได้จัดตั้ง “คณะเก็บศพไต้ฮงกง” เพื่อทำการเก็บและจัดการงานศพอนาถา ต่อมาเปลี่ยนชื่อคณะเป็น “มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นพระราชทานเงินให้ “คณะเก็บศพ” ปีละ 2,000 บาท

ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ศาลเจ้า แล้วเสร็จในปี 2497 ครั้งนั้น จัดให้มีงานฉลอง 7 วัน 7 คืน มีการทำบุญ ทิ้งกระจาด และต่อไฟศักดิ์สิทธิจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามมายังศาลเจ้าด้วย

“จริงๆ ท่านเป็นภิกษุชาวจีนที่ช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วย สร้างสะพาน สอนหนังสือ เป็นภิกษุที่สร้างคุณงามความดี คนจีนสมัยก่อนนับถือมาก เมื่อคนจีนมาตั้งรกรากที่เมืองไทย คนที่พอจะมีฐานะหน่อยมารวมตัวกันและต้องการจะเจริญรอยตามท่าน จึงได้สร้างท่านพร้อมกับบูชามาโดยตลอด มูลนิธิปอเต็กตึ๊งก็ถือกำเนิดมาจากปณิธานที่อยากจะดำเนินรอยตามท่าน คือการช่วยเหลือประชาชนและสังคม มูลนิธิปอเต็กตึ๊งมีอายุ 96 ขึ้น 97 ปีแล้ว สิ่งที่เราทำมากกว่าการเก็บศพ” หัวหน้าประชาสัมพันธ์มูลนิธิฯกล่าว

ความพิเศษของศาลเจ้าไต้ฮงกงในช่วงตรุษจีนนั้น ก็คือประชาชนจำนวนมากที่หลั่งไหลกันมาทำบุญขอพร

“ยิ่งทุกข์เท่าไหร่ไหว้พระองค์ใดก็ตามเราจะรู้สึกสบายใจ แต่ท่านไต่ฮงกงเป็นเรื่องของการบำเพ็ญบุญบารมีมามากและให้ทาน คนจีนคนไทยจึงนับถือ ขอได้ทั่วไป ร่างกายแข็งแรง การงานประสบความสำเร็จ ฯลฯ”

ความพิเศษของศาลเจ้าไต้ฮงกงที่นอกจากการมาไหว้พระขอพรแล้ว ที่นี่ยังมีการแจกขนมสาคูอีกด้วย เราจะเห็นคนมาเข้าคิวรอรับขนมสาคูเป็นจำนวนมากทุกปี

“ตรุษจีนมูลนิธิมีต้มสาคูแจก เพื่อความกลมเกลียวและสิริมงคล คนจะมาทำบุญหรือไม่ทำบุญเราไม่ซีเรียสเลย สามารถมาเข้าคิวรับได้ทั้งวัน จะมีจุดบริการสาคู เป็นสิ่งที่ประชาชนถามถึงกันมากที่สุด แต่ที่สำคัญที่คนต้องการสาคูจากที่นี่ก็เพราะว่าเขามองว่าเป็นสิริมงคล หลังจากทำบุญแล้ว จะมอบตั๋วแลกขนมเพื่อนำเอาจันอับกลับไปบ้าน แล้วนำไปไหว้ หลังจากนั้นก็นำมากินเพื่อความเป็นสิริมงคลเช่นกัน”

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวียนธูปตอนเที่ยงคืนของวันสุดท้ายเทศกาลตรุษจีน และแจก “ฮู้” หรือ “ยันต์” ของหลวงปู่ไต้ฮงกงบริเวณฝั่งตึก 5 ชั้น โดยไม่ต้องเช่าหรือแล้วแต่ทำบุญอีกด้วย
Read more ...

พื้นที่รับผิดชอบ

1 ม.ค. 2553
พื้นที่รับผิดชอบ 2.58 ตารางกิโลเมตร
ประชากรทั้งสิ้น 44,498 คน
ประชากรแฝง 115,000 คน
Read more ...

โครงการของ สน.พลับพลาไชย 1

1 ม.ค. 2553
สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 ได้จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบความคิด คือ ต้องการให้เป็น “ โรงพักแห่งความสุข (HAPPY STATION)” ซึ่งประกอบไปด้วย ตำรวจมีความสุข (Happy police)

1. มีร่างกายแข็งแรง (Happy BODY)
- โครงการปรับปรุงลานอเนกประสงค์บนดาดฟ้าชั้น 4 เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลังกาย การฝึกและพักผ่อน ( 15 มี.ค.52 – 31 มี.ค. 52)
- โครงการปรับปรุงห้องออกกำลังกายใหม่ (15 ก.พ.52 – 4 มี.ค.52)
- โครงการจัดตั้งทีมฟุตบอล พลับพลาซ็อคเกอร์ (Plubpla Soccor Team เริ่ม 3 มี.ค.52)

2. มีจิตใจเอื้ออาทร (Happy Heart)
- ทำความดีถวายในหลวงตามโครงการบ้านสวยด้วยมือเรา (4 ธ.ค. 51)
- ร่วมบริจาคโลหิต ตามโครงการบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของ บก.น.6 (13 ธ.ค.51)
- โครงการทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ พระ 1,000 รูป(27 ธ.ค. 51)
- จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี
- ร่วมกันบริจาคโลหิต ตามโครงการร่วมใจบริจาคโลหิตทำความดีเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อ 26 ก.ค.55

3. มีสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดี(Happy Societty&Environment)
- โครงการปรับปรุงสวนหย่อมหน้า สน. (16 ธ.ค.51)
- โครงการจัดระเบียบการพักอาศัยในแฟลต สน. (1 ก.พ. 52)
- โครงการปรับปรุงที่วัดเก็บรถต้องสงสัยและของกลาง (15 ม.ค. 52- 28 ก.พ. 52)
- โครงการจัดระเบียบการหยุดรถ ลานจอดรถ สน. (เริ่ม 1 ม.ค. 52)
- โครงการปรับปรุงห้องประชุม สน.

4.มีเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม(Happy Relax)
- จัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้ข้าราชการตำรวจฝ่ายต่างๆ
- ให้มีการลาพักผ่อนตามสมควร

5.ความรู้และความสามารถที่ดี (Happy Brain)
- โครงการฝึกทบทวนยุทธวิธี (ทุกวันศุกร์)
- โครงการฝึกทบทวนการตรวจค้น จับกุม การใช้อาวุธปืนและการยิงปืน   
- โครงการฝึกทบทวนอาสาสมัครตำรวจบ้านต้านยาเสพติดและอาชญากร
- โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครพิทักษ์ชุมชน สน.พลับพลาไชย 1
- โครงการอบรมกิจกรรม 5 ส (8 ธ.ค. 51)
- โครงการศึกษาดูงาน สน.บุคคโล (โรงพักเพื่อประชาชนดีเด่น)เพื่อนำมาปรับปรุง สน.(16 ก.พ. 52)
- โครงการเข้าแถวเคารพธงชาติ อบรมให้ข้อคิดประจำใจ และการฝึกพูดหน้าแถว(เริ่ม 1 ม.ค. 52)
- โครงการแข่งขันการจัดทำกิจกรรม 5 ส. ของฝ่ายอำนวยการ(22 ธ.ค. 51)
- โครงการฝึกกระโดดหออาสาสมัครตำรวจบ้านสน.พลับพลาไชย 1(27 - 28 ก.พ. 52)

6.มีจิตใจที่ใฝ่ธรรม ( Happy Soul )
- โครงการธรรมะใน สน.(เริ่ม 26 มี.ค. 52)
- โครงการสวดมนต์ไหว้พระหน้าเสาธง (เริ่ม 1 มี.ค. 52)

7.มีการบริหารเงินที่ดี (Happy MONEY)
- โครงการจัดเงินสวัสดิการให้กู้ยืมเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนบุตร และค่ารักษาพยาบาล
- โครงการเลี้ยงอาหารกลางวัน(ทุกวัน)

8.มีครอบครัวที่เป็นสุข (Happy Family)
- โครงการยกย่องครอบครัวดีเด่น
Read more ...